0 Comments

จัดการน้ำในนาข้าว

แน่นอนการบริหารจัดการน้ำถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการทำนาอย่างมาก เพราะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนการผลิตและใช้น้ำอย่างมีคุณค่า แต่จะมีเทคนิคการบริหารจัดการน้ำในนาข้าวอย่างไรบ้างเราจะพาไปดู

เทคนิคจัดการน้ำในนาข้าวแบบเต็มรูปแบบ

ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงฝนตกน้อยหรือมากเกินไป เพื่อให้ปริมาณน้ำในนาข้าวไม่สร้างผลกระทบต่อการเจริญเติบโตหรือให้ผลผลิตต่ำ จากข้อมูลของกรมชลประทาน แนวทางการบริหารจัดการน้ำแบบเต็มรูปแบบมีด้วยกันทั้งหมด 3 แนวทาง ได้แก่

1. การสรงน้ำในนาแบบไหลผ่านหรือ Continuous Flowing Irrigation

กระบวนการ คือ ปล่อยให้ดินอยู่ในสภาพออกซิไดซ์เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจน ลดอุณหภูมิของน้ำ ด้วยการใช้วิธีปล่อยน้ำผ่านแปลงตลอดเวลา เหมาะสำหรับการบริหารจัดการน้ำบริเวณเขตร้อนอุณหภูมิน้ำสูง 

2. การขังน้ำในนาตลอดฤดูปลูกในระดับความลึก 15 เซนติเมตร หรือ Deep Continuous Flooding 

ส่งผลให้ข้าวมีลำต้นสูงและแตกกอน้อยลง 

3. การขังน้ำในนาตลอดฤดูปลูกในระดับความลึก 2.5 – 7.5 เซนติเมตร หรือ Shallow Continuous Flooding

แนวทางการบริหารจัดการน้ำด้วยเทคนิคเปียกสลับแห้ง

ถูกออกแบบมาให้ใช้ในการรับมือช่วงที่สภาวะน้ำชลประทานหรือน้ำธรรมชาติขาดแคลนหรือมีข้อจำกัด โดยมีหลักการสำคัญในการใช้เทคนิค คือ เลือกใช้ปริมาณน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องต่อความต้องการของข้าว ส่วนขั้นตอนการดำเนินการหลัก ๆ ประกอบไปด้วย

เตรียมดินด้วยการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุ และไถกลบช่วงออกดอก จากนั้นทำการปล่อยน้ำเข้านาในระดับความลึก 5 เซนติเมตร ปล่อยไว้ประมาณ 20 วัน ก่อนเตรียมหว่านเมล็ดพันธุ์หรือโยนกล้า

  • ระยะข้าว 1 – 2 วัน ให้ทำการระบายน้ำออก
  • ระยะข้าว 3 – 35 วัน ต้องคอยรักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับ 5 เซนติเมตร อย่างสม่ำเสมอ 
  • ระยะข้าว 25 วัน ให้ทำการใส่ปุ๋ยสูตรไนโตรเจน 6 ส่วน ฟอสเฟต 4 ส่วน โพแทสเซียม 6 ส่วน ในอัตรา 27 กิโลกรัมต่อไร่
  • ระยะข้าว 36 – 45 วัน ปล่อยน้ำให้แห้งจนดินแตกระแหง 
  • ระยะข้าว 46 – 90 วัน ให้ปล่อยน้ำเข้านาในระดับ 5 เซนติเมตร และใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตรา 1.5 กิโลกรัมต่อไร่
  • ระยะข้าว 91 – 120 วัน ปล่อยน้ำออกให้แห้งเพื่อรอการเก็บเกี่ยว

ผลลัพธ์ที่ได้จากการใช้เทคนิคเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว

สำหรับผลลัพธ์จากการใช้เทคนิคเปรียบสลับแห้ง หลัก ๆ มีดังนี้

  • ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 – 57%
  • ลดปริมาณการใช้น้ำในนาข้าวได้มากถึง 25 – 40 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ต่อฤดู 
  • ลดการระบาดของแมลงศัตรูพืช
  • ใช้สารเคมีลดลง

สรุปได้ว่าเทคนิคการจัดการน้ำในนาข้าวที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ เทคนิคแบบเปียกสลับแห้ง เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้มีส่วนในการลดต้นทุนการผลิตและใช้น้ำได้อย่างมีคุณค่าตรงตามเป้าหมาย

Related Posts

สายเชื่อมไฟฟ้า

วิธีตรวจสอบความเสียหายของสายเชื่อมไฟฟ้าเบื้องต้นก่อนใช้งาน

สายเชื่อมไฟฟ้าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้การเชื่อมงานของคุณปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แต่หลายครั้งปัญหาจากสายเชื่อมไฟฟ้าที่ชำรุดหรือเสียหาย อาจทำให้งานล่าช้าและเกิดอันตรายได้ วันนี้เราจะมาแชร์วิธีตรวจสอบความเสียหายของสายเชื่อมไฟฟ้าเบื้องต้น ก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพงานเชื่อมของคุณ ทำไมต้องตรวจสอบสายเชื่อมไฟฟ้าก่อนใช้งาน? ป้องกันอุบัติเหตุ เช่น ไฟฟ้าช็อต…

สายยาง TAKARA

การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนจากการใช้สายยาง TAKARA ในเชิงวิชาการ

แนวทางการวิเคราะห์ต้นทุนของสายยาง TAKARA สายยาง TAKARA ถือเป็นหนึ่งในสายยางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาด ด้วยวัสดุและเทคโนโลยีการผลิตที่ให้ความทนทานและประสิทธิภาพสูง การวิเคราะห์ต้นทุนจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบ กระบวนการผลิต รวมถึงค่าขนส่งและการจัดเก็บเพื่อประเมินความคุ้มค่าอย่างเป็นระบบ ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนของสายยาง…